วันพุธที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2554

สัญญลักษณ์ที่นิ้วมือ

ถ้าเราสังเกตให้ดีแล้ว บนนิ้วแต่ละนิ้วนั้นของแต่ล่ะบุคคลจะไม่เหมือนกันเพราะว่า จะมีเครื่องหมายอยู่ 6 ชนิด คือ

1. ก้นหอย คือเป็นเส้นเวียนจากทางซ้ายมาขวา ตำราสากลกล่าวกันว่า มีที่นิ้วนาง หรือเนินอาทิตย์ดีที่สุด ถ้ามีที่นิ้วใดก็เพิ่มคุณภาพให้เนินนั้นๆ แต่ถ้ามี 10 นิ้ว ไม่ดีเพราะว่ามักอาภัพ
  • ถ้ามีหนึ่งนิ้ว จะมีทรัพย์
  • มีสองนิ้ว ชอบเดินทาง
  • มีสามถึง ห้านิ้ว ไม่ดี
  • มีหกถึงเจ็ดนิ้ว ไม่ดี
  • มีแปดนิ้ว ก็ปานกลาง
  • มีเก้านิ้ว เป็นนพเก้า ดีมาก
2. ประเภทก้นหอยเวียนกลับกัน ไม่ดี
3. มัดหวาย ถ้าว่ามีฐานด้วยก็ดี คือมีความสามารถในกิจการต่างๆ แต่ถ้าไม่มีฐานไม่ดี
4. มัดหวายสลับ รูปคล้ายมัดหวายสองมัดซ้อนกัน ไม่ดี ไม่กล้าตัดสินใจ
5. รูปกระโจม ถ้ามีฐานรองรับก็จะเป็นทีมีระเบียบดี ถ้าเกิดที่นิ้วชี้ จะเป็นนักปกครองที่ดี หรือดีในทางศาสนา
6. รูป สามเส้า หรือก้นเส้า ทางตำราสากลเรียกว่า 3 มุม ถ้าเกิดขึ้นที่ปลายนิ้วกลาง ไม่ดี ถ้าเกิดที่นิ้วอื่นก็พอประมาณ *

เนิน บนฝ่ามือ

เนิน บนฝ่ามือของคนเรา ถ้าเราสังเกตให้ดีแล้ว บนฝ่ามือเราจะมีเนื้อนูนขึ้นมาอยู่ 8 เนิน แต่ละเนินนั้น จะมีความหมายแตกต่างกันไปดังต่อไปนี้



1. เนินใต้โคนนิ้วชี้ เรียกว่า เนินพฤหัสบดี
2. เนินใต้โคนนิ้วกลาง เรียกว่า เนินเสาร์
3. เนินใต้นิ้วนาง เรียกว่า เนินอาทิตย์
4. เนินใต้โคนนิ้วก้อย เรียกว่า เนินพุธ
5. ต่อจากเนินพุธลงมา ตอนกึ่งกลางด้านข้างมือ เรียกว่า เนินอังคารสูง
6. ต่อจากเนินอังคารสูงลงมาถึงเส้นคาดข้อมือ เรียกว่าเนินจันทร์
7. ต่อจากเนินพฤหัสบดีลงมาถึงง่ามมือเรียกว่า เนินอังคารต่ำ
8. ต่อจากเนินอังคารต่ำลงมาถึงเส้นคาดข้อมือ เรียกว่าเนินศุกร์
9. ส่วนพื่นที่ว่างกลางใจมือระหว่างเนินทั้ง 8 นั้นเรียกว่า พื้นราบอังคาร
เนินเป็นหลักสำคัญในการพยากรณ์ เนื่องจากเป็นเส้นหลักในฝ่ามือ ซึ่งถือเป็นหลักสำคัญในการพยากรณ์ดีร้าย สำหรับทายล่วงหน้า ได้เป็นอย่างดี
 
1. เนินพฤหัสบดี ได้แก่ อำนาจ วาสนา ความก้าวหน้า ในการปกครอง การเป็นผู้นำ ความเชื่อมันในทางศาสนา ศีลธรรมฯ ส่วนร้ายได้แก่ การถูกปลด ลดตำแหน่ง ความมานะ ท้อถอย หมดทางก้าวหน้าในหน้าที่การงาน อ่อนทางการปกครอง หรืออยู่ในตำแหน่งรองฯ มีความหมายมากมายเกี่ยวข้องกับ
  • บุคคล บุคคลชั้นสูง หัวหน้า ผู้บังคับบัญชา สมณะ พระสงฆ์ บุคคลที่เกี่ยวกับศาสนา ผู้พิพากษา หรือโหรา หมอดู
  • วิชาการ ได้แก่ การปกครอง ทางการเมือง วิชาครู โหราศาสตร์
  • สถานที่ ได้แก่ เรื่องเกี่ยวกับศาสนา วัดวา กรมการศาสนา กระทรวงยุติธรรม กระทรวงมหาดไทย
  • สิ่งของได้แก่ พระพุทธรูป เทวรูป เครื่องประดับ เหรียญตรา
  • ทางร่างกาย ได้แก่ กระเพราะอาหาร ตับ เนื้อ กล้าม ตะโพก เท้า
  • สี ได้แก่สีแสด หรือเขียวแกมเหลือง และเป็นสีที่เห็นได้ชัดเจน
  • ทิศ ได้แก่ ทิศตะวันตก
  • รวมถึงบุคคลผู้ที่มาเกี่ยวกับเจ้าของมือในทางดี และร้าย
2. เนินเสาร์ ความหมายคือ
  • ความสันโดษ และความสุขุมรอบคอบ การได้รับตำแหน่งและการงาน ความสามารถในกิจการ
  • ในทางร้าย ได้แก่ ฐานะหักโค่น การติดคุก และดาวเสาร์เป็นดาวคุ้มครองโรคด้วย
  • บุคคล ก็หมายถึง ชาวไร่ ชาวนา นักโทษ ช่างก่อสร้าง กรรมกรต่างๆ
  • วิชาการ ได้แก่งานทางกสิกรรม อุตสาหกรรม คณิตศาสตร์
  • สิ่งของได้แก่ ทองคำ ที่ดิน ของเก่าเก็บ วัตถุโบราณ เครื่องลายครามต่างๆ
  • ทางร่างกาย ได้แก่ โรคทางประสาท กระดูกสันหลัง หู ฟัน ขา ข้อ อุบัติเหตุ เช่นการหกล้ม ตกจากที่สูง รถชน อัมพาต วิกลจริต
  • สี ได้แก่สีดำ หรือสีทึบ
  • ทิศ ได้แก่ ตะวันตกเฉียงใต้
3. เนินอาทิตย์ ได้แก่ เกียรติยศ ชื่อเสียง ความเจริญก้าวหน้า โชคลาภที่เกิดขึ้น ลอยๆ ส่วนที่เสียก็คือ หนี้สิน ความทางแพ่ง การล้มละลาย ไฟไหม้ การโชคร้ายในการวิวาห์
  • บุคคล ได้แก่ พระราชา ผู้มีเกียรติในสังคม หัวหน้าการงาน นายธนาคาร
  • วิชาการ ได้แก่ ทางวรรณกรรม ทุกชนิด
  • สถานที่ ได้แก่ กระทรวงการคลัง
  • สิ่งของ ได้แก่ รูปแกะสลักที่สวนงาม รูปภาพ
  • ทางร่างกาย ได้แก่ เส้นโลหิตแดงใหญ่ ดวงตา โรคตา สายตา ตาบอด
  • สี ได้แก่ สีเลือดนก สีงามตามธรรมชาติ
  • ทิศ ได้แก่ ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ
4. เนินพุธ ได้แก่ ปฏิภาณ ความฉลาด ไหวพริบ การสังคม การติดต่อ การพูด การค้า และธุระกิจต่างๆ
ส่วนทางร้าย จะตรงกันข้าม ได้แก่ ความโง่เขลา การคดโกง การมุสา ความไม่ซื่อตรง
ส่วนมากถ้าเนินนี้ดี จะเป็นบุคคลประเภทพ่อค้าที่มีชื่อเสียง ถ้าเส้นความคิดดี จะทำการสิ่งใดก็ประสพความสำเร็จ
  • บุคคลได้แก่ นักเรียน นักเขียน นักธุระกิจ ทนายความ ถ้าเครื่องหมายไม่ดีเกิดขึ้นก็จะเป็นพวก     ขี้ลัก และขโมย
  • วิชาการ ได้แก่ การทูต การติดต่อ การค้า เนติศาสตร์ การบัญชี และธนาคาร
  • สถานที่ ได้แก่ โรงเรียน มหาวิทยาลัย โรงพิมพ์ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงพานิช
  • สิ่งของ ได้แก่ เครื่องมือทางวิชาการ ตำราต่างๆ อันเก่าแก่
  • ทางร่างกาย ได้แก่มันสมอง ประสาท ลิ้น มือ อวัยวะที่ทำเสียง
  • สีได้แก่ สีเขียว
  • ทิศได้แก่ ทิศใต้
5. เนินอังคารสูง หมายถึงความอดทน ตามตำราสากลเรียกว่า เนกาตีฟ คือเนินอังคารลบ เป็นเนินที่ไม่ค่อยชัดเจนเท่าใด ถ้าเนินนนี่แฟบ จะเป็นคนเกียจคร้าน ส่วนที่ดี ได้แก่ ความพยายาม การตั้งตนเอง ความมานะพยายาม อิทธิพลทางการปกครอง ส่วนเสียคือการทุจริต ผิดศีลธรรมในหน้าที่การงาน
  • บุคคล ได้แก่ ศัตรู คนในใต้บังคับหรือในปกครอง ที่ต่ำกว่า นักเคมี ช่างไม้ ช่างเหล็ก ช่างกล
  • วิชาการ ได้แก่ ช่างต่างๆ มีช่างไม้ ช่างโลหะ เป็นต้น
  • สถานที่ ได้แก่ โรงงานอุตสาหกรรม สถานกีฬา
  • สิ่งของ ได้แก่ เครื่องมือที่ใช้ในงานอุตสาหกรรม เครื่องมือทุ่นแรงต่างๆ
  • ทางร่างกายและโรค ได้แก่ โรคริดสีดวง โรคเกี่ยวแก่ลำคอ หลอดลม โรคติดต่อทุกชนิด        การเจ็บป่วยโดยปัจจุบัน
  • สี ได้แก่ สีม่วงหรือสีดอกรัก
  • ทิศ ได้แก่ ทิศพายัพ ตะวันตกเฉียงเหนือ
6. เนินจันทร์ หมายถึงความนึกฝันต่างๆ การเดินทางกับประสพความสำเร็จ การคบหาสมาคม การได้รับอุปการะเกื้อกูล โชคลาภจากผู้อื่น ลาภจากทางไกล ความเสน่หา ส่วนร้ายได้แก่ ความฟุ้งซ่านรำคาญใจ อุปสรรคในการเดินทาง อันตรายทางน้ำ ขาดมิตรที่ดี หรือผู้ที่ให้การสนับสนุน ดาวจันทร์ เป็นดาวแสดงความกระวนกระวาย ชอบเดินทางไกล เพื่อเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อม ชอบทางอักษรศาสตร์ และดนตรี การเขียนเรื่องรัก
ผู้ที่มีเนินจันทร์แคบ สมองไม่ปลอดโปร่ง เกียจคร้านทางร่างกาย ชอบความสงบ เหมือนกันแต่น้อยกว่าดาวเสาร์ มึความรู้สึกไวต่อเรื่องราวภายนอก ส่วนเสียคือ ถ้าเนินนี้ไม่ดี ไม่สามารถที่จะตั้งตัวได้ ถ้าเนินนี้สูงเป็นคนที่นึกฝันมากเกินไป จนกลายเป็นคนจับจดมากขึ้น
  • บุคคลที่เข้ามาเกี่ยวกับเนินจันทร์ สตรีสูงศักดิ์ ผู้ปกครองฝ่ายหญิง เช่นแม่บ้าน พี่เลี้ยงนางนม พยาบาล สาวใชั ชาวประมง คนต่างด้าว
  • วิชาการ ได้แก่ นักประพันธ์วรรณคดีต่างๆ นักวิทยาศาตร์ และชีววิทยา
  • สถานที่ ได้แก่ ทะเล ที่ไกล้น้ำ แม่น้ำลำคลอง
  • สิ่งของ ได้แก่ ไข่มุก เครื่องแก้ว สิ่งแปลกๆ ใหม่
  • ทางร่างกาย และโรค ได้แก่ กระเพาะอาหาร สำใส้ เครื่องย่อยอาหาร ดี โรคเกี่ยวกับทวาร โรคกระเพาะปัสสาวะ การคลอดบุตร
  • สี ได้แก่ สีขาวนวล สีไข่ไก่
  • ทิศ ได้แก่ ทิศตะวันออก
บางตำราแบ่งเนินจันทร์ออกเป็นอีก 3 ส่วนคือ
     1. เนินจันทร์สูง หมายถึง หมายถึงการสร้างวิมานในอากาศ
     2. เนินจันทร์กลาง ได้แก่ ความจำ ถ้าเนินนี้ดีก็ เป็นพวกนักประพันธ์
     3. เนินจันทร์ต่ำ ได้แก่ปฏิภานในการดลใจ หรือลางสังหรณ์ การคิดถึงเหตุการล่วงหน้าได้ดี รวมทั้งเหตุการณ์ทางน้ำด้วย แต่ถ้าหากว่าเนินทั้งสามไม่ดี คือไม่มีเนิน เป็นคนที่ใจคอคับแคบ ปราศจากความเห็นอกเห็นใจคนอื่น ไม่มีความเมตตา อารี
7. เนินศุกร์ หมายถึงความรัก ความกรุณาสงสาร เหตุการณ์ภายในครอบครัว ญาติสนิทมิตรสหายที่ใกล้ชิด กามารมณ์ ความมีเสน่ห์ การขับร้อง การเป็นคนที่รักสวยรักงาม ถ้าเนินนี้แฟบ มีเส้นตัดกันมากแล้ว มักเสียหายทางกามารมณ์ มักมีเรื่องชู้สาว มักผิดศีลธรรม เนินยิ่งนูนมาก กามารมณ์ยิ่งมาก ถ้าเนินกว้างมีกำลังดี ถ้าเนินแฟบไม่ค่อยมีกามารมณ์ ความรักไม่มีรสชาติ แต่ถ้าเนินนี้ดีแล้ว และนิ้วนางดีด้วย มักเป็นนักดนตรีที่ดีได้
  • บุคคลได้แก่ ญาติพี่น้องวงค์วาน เพื่อนสนิท และคนใกล้ชิด
  • วิชาการ ได้แก่ นักร้อง นักดนตรี
  • สถานที่ ได้แก่ สถานเริงรมณ์ต่างๆ
  • สิ่งของ ได้แก่ เครื่องประดับที่สวยงาม ต่างๆ
  • ทางร่างกายและโรค ได้แก่ อวัยวะสืบพันธ์ มดลูก
  • สี ได้แก่สีฟ้าอ่อนๆ สีที่เย็นตา
  • ทิศได้แก่ ทิศเหนือ
8. เนินอังคารต่ำ เนินนี้ได้แก่อังคารแห่งราศีเมษ ในทางโหราศาสตร์ หรืออังคารบวก เป็นเนินแห่งนักรบ ความกล้าหาญ ในกรณีที่เนินดี ถ้าเนินแฟบก็เป็นคนที่อ่อนแอ ส่วนร้ายคือการชอบทะเราะวิวาท บุคคลส่วนมากที่มีเนินนี้ดีจะได้แก่ ทหาร
ข้อสังเกตุคือ อังคารต่ำนั้นเป็นการต่อสู้ทางกายและใจ ส่วนอังคารสูงเกี่ยวไปทางกำลังใจ การกล้าได้กล้าเสีย
  • บุคคล ได้แก่ ตำรวจ ทหาร บุคคลที่มีอาวุธในมือ
  • วิชาการ ได้แก่ การทหาร ยุทธวิธี
  • สถานที่ ได้แก่ สนามรบ ที่เก็บศพ บ้านคนตายนกระทรวงกลาโหม
  • สิ่งของ ได้แก่ อาวุธ ยาพิษ ของมีคมต่างๆ
  • ร่างกาย และโรค ได้แก่ จมูก อวัยวะสืบพันธ์ อาการไข้สูง ปวดหัวตัวร้อน อันตรายจากอาวุธ
  • สี ได้แก่ สีแดงเข้มหรือสีชมพู
  • ทิศ ได้แก่ ทิศอาคเนญ์ ทิศตะวันออกเฉียงใต้
9. พื้นราบอังคาร ได้แก่พื้นเนินราบระหว่างเนินทั้ง 8 คือตำบลใจกลางมือ ทางตำรามิได้นับเจ้าอยู่ในจำพวงเนินก็จริง แต่มีความหมายเหมือนกับเนินๆหนึ่งเหมือนกัน ซึ้งได้แก่ความกล้าหาญ ถ้าเนินนี้ดี การมีโทษะฉุนเฉียว ความพยาบาดหมาดร้าย ถ้าเนินนี้แฟบก็ตรงกันข้ามไม่ค่อยมีโทสะ ถ้าพื้นราบอังคารเสมอกันไม่นูนหรือบุ๋มลงผู้นั้นกระทำการใดมีเหตุผล
มือใดที่มีเนื้อนูนเป็นสันขึ้นมากลางพื้นราบอังคาร เป็นคนกล้าหารเด็ดขาด และรุนแรงทีสุด อาจนำอันตรายมาสู่ตนเอง
หากมีเส้นตัดอยู่ในพื้นราบอังคารมาก มักพบแต่ปัญหานานาประการ ไม่ค่อยราบรื่นในชีวิต

สีของฝ่ามือ

สีของฝ่ามือคนเรานั้น นอกจากแสดงถึงโรคแล้ว ยังแสดงถึงนิสัยใจคอด้วย คือ
1. สีขาวหรือซีดจาง เป็นคนที่รักตัว คือเห็นแก่ตัว
2. สีเหลือง สุขุมเยือกเย็น
3. สีชมพูหรือแดง เป็นคนที่กระฉับกระเฉง ร่าเริง โกรธง่าย หายเร็ว
4. สีเขียวคล้ำ มักเป็นโรคเกี่ยวกับโลหิต ถ้ามีในมือสตรี โลหิตไม่สมบูรณ์ หากมีในมือบุรุษห้ามดื่มสุรา เพราะจะทำให้เส้นโลหิตในสมองแตกได้
ฝ่ามือมีจุดสีขาวแกมชมพู เกิดขึ้นเต็มฝ่ามือ จะมีโชคลาภภายใน 15 วัน

ส่วนผิวหนังของมือ

หนังของร่างกายมีอยู่ 2 ชนิด คือ
1. ผิวหนังบางละเอียดอ่อน คือพวกผิวงามไม่ค่อยแก่ คนพวกนี้ มีความรู้สึกไว ท่าทางเรียบร้อย ชอบให้คนสรรเสริญ
2. ผิวหนังหยาบ หนา คือคนที่อ้วนเร็ว ผอมเร็ว พวกนี้มีความเมตตา แต่เป็นคนที่ไม่ชอบเลียบเคียง มีอะไรให้พูดกันตรงๆ

ส่วนของขนนิ้วมือและขนตามร่างกาย

1. ขนสีขาวแสดงว่า ใช้กำลังกาย และมีความรู้สึกไวอยู่เสมอ รักง่าย หน่ายเร็ว
2. ขนสีจาง เป็นคนสุภาพอ่อนโยน อารมณ์เย็น มักคล้อยตามผู้อื่นง่าย
3. ขนสีแดงเข้มหรือดำ ใจร้อน เกียจคร้าน
4. ผู้ที่มีขนที่มือมาก มักดุร้าย ไม่แน่นอน ถ้าไม่มีขนเป็นคนไม่แน่นอนใจเสาะ ถ้ามีมากเป็นคนที่ฉลาดหลักแหลม
5. ถ้าเป็นมือสตรีที่มีขน แสดงให้เห็นว่านิสัยใจน้อย โกรธง่าย ขี้ร้องไห้ มักพยาบาท ถ้าชายมีมาก กำลังดี มีความรอบคอบ

ส่วนของเล็บมือ

ลักษณะของเล็บ เล็บเป็นที่ติดต่อเนื่องมาจากกระดูก จึงแสดงออกถึงนิสัย และจิตใจของบุคคลได้ เล็บที่ดี ควรเกลี้ยงเกลาเป็นเงางาม เป็นสีชมพู อยู่เสมอ และมีคำพยากรณ์ดังนี้

     1. เล็บยาว เรียบร้อย ไม่ชอบแสดงออกซึ่งหน้า
     2. เล็บสั้น เป็นคนตัดสินใจเร็ว เป็นคนที่พูดตรงๆ ไม่ค่อยยอมจำนนง่ายๆ ส่วนมากเป็นนักวิพากษ์
         วิจารณ์ และนักสืบ
     3. เล็บกว้างมากกว่ายาว นิสัยชอบยุ่งเป็นธุระกับเรื่องของคนอื่น เป็นคนเปิดเผย ไม่ปิดบัง
     4. เล็บเล็ก ชอบทำงานเกี่ยวกับความคิด
     5. เล็บหนาและแหลมคม เป็นคนที่ใฝ่สูง ใจกล้าหาญ เล็บยิ่งคมมากยิ่งมักใหญ่ใฝ่สูง
         มีความทะเยอทะยานไม่สิ้นสุด
     6. เล็บหนาและแข็ง อายุยืน ถ้าเล็บบาง อายุสั้น
     7. เล็บทู่หยาบ มักโง่เขลา
     8. เล็บโค้ง
              - ถ้าโค้วอย่างรูปกระบอกครึ่งซีก จะมีฝีมือในการช่าง
              - ถ้าโค้งและตอนปลายงุ้ม ทำการใดไม่สำเร็จ เพราะว่ากลับใจง่าย มักละความคิดเดิมเสีย
     9. เล็บแข็ง ใจคอกล้าแข็ง และรวดเร็ว
    10. เล็บอ่อนนิ่ม มักขลาด เป็นคนใจอ่อน ทำการใดท้อง่าย
    11. เล็บสีขาว เป็นคนอารมณ์เย็น
    12. เล็บสีนวล เป็นเงาเป็นผู้ที่มีวาสนา บริบูรณ์ด้วยทรัพย์สิน
    13. เล็บสีแดง เป็นเงา ร่างการแข็งแรง
    14. เล็บสีดำ และบาง นิสัยหยาบรุนแรงไม่ค่อยนึกถึงศิลธรรม
    15. เนื้อที่ริมเล็บห่าง เก็บทรัพย์มิคง อายุมักสั้นก่อนเขตปัจฉิมวัย


เล็บยังมีประโยชน์ในการทำนายเรื่องโรคในร่างกายอย่างแม่นยำ
     1. เล็บยาว ได้แก่โรคเกี่ยวกับปอด แต่ถ้าเล็บยาวไม่มากนัก จะเกี่ยวกับตอนส่วนบนของร่างกาย เช่น
         โรคสมอง ลำคอและหลอดลม ส่วน มากผู้ที่เล็บยาวไม่ค่อยแข็งแรง
     2. เล็บยาวบานปลาย ถ้าสีเขียวแสดงว่าโลหิตไม่ค่อยดี
     3. เล็บยาวโค้ง ไม่ดีทางกำลังกาย มักเป็นโรคเกี่ยวแก่กระดูกสันหลัง
     4. เล็บยาวแคบ แสดงความอ่อนแอทางกระดูกสันหลัง
     5. เล็บสั้น มักเป็นโรคหัวใจกับอวัยวะภายในตอนกลางของลำตัว
     6. เล็บสั้นและบาง ตอนโคนเล็บแบน จะมีวงพระจันทร์ หรือไม่มีก็ตาม แสดงถึงการเป็น
         โรคหัวใจอ่อนๆ
     7. เล็บสั้น ตอนโคนเล็บจมเจ้าไปในเนื้อ โรคเส้นประสาท ถ้ามีร่องลึกๆ ที่เล็บด้วยก็จะเป็นอย่างมาก
     8. ปลายเล็บงุ้มจมฝังลงไปในเนื้อ เป็นโรคเกี่ยวกับเสมหะแต่เป็นคนซื่อ
     9. เล็บสั้นแบนปลายเล็บโค้งออก มักเป็นโรคเหน็บชา ถ้าเป็นสีขาวเปราะง่ายด้วย
         ก็เป็นการแน่นอน มากขึ้น

   10. เล็บแบน แสดงถึงโรคเหน็บชาเหมือนกัน
   11. เล็บโค้งบาง และยาวด้วย แสดงว่ากระดูกสันหลังจะโค้ง สุขภาพไม่ค่อยดี
   12. เล็บเล็กและบาง ทางกำลังใจอ่อน โรคหัวใจเหมือนกัน
   13. เล็บแคบ ไม่ค่อยแข็งแรง
   14. เล็บคุ่ม วัณโรคที่ปอด เล็บคุ่ม หมายถึงเล็บที่เม้มลงกดกับเนื้อที่ปลายนิ้วจนแนบสนิท
          ถ้าลักษณะเหมือนลูกเกาลัดก็เป็นวัณโรคแน่นอน
   15. เล็บปลายเหลี่ยม มักจะมีในมือพวกที่นิ้วยาว เป็นโรคหัวใจ
   16. เล็บสีคล้ำ สีน้ำเงิน ทางเดินของโลหิตไม่ปรกติ มักเป็นโรคหัวใจอ่อน
   17. เล็บมีจุด ที่เรียกกันว่าเล็บออกดอก แสดงถึงความอ่อนแอทางร่างกาย โรคประสาทกำเริบ
          ถ้าจุดเหล่านี้ขยายขึ้น ต้องควรรีบไปพักผ่อน อย่าออกกำลังกาย ที่หักโหม เพราะโรคจะกำเริบได้
   18. เล็บแหว่ง หรือผุเปื่อย แสดงว่าเป็นคนขี้โรค โลหิตเลี้ยงร่างกายไม่บริบูรณ์
   19. วงพระจันทร์ที่โคนเล็บ ถ้าเสี้ยวของวงพระจันทร์นั้นใหญ่ หัวใจแข็งแรง มีกำลังสูบฉีดโลหิตดี
         - ถ้าใหญ่มากเกินไป เกือบถึงครึ่งวงกลม หัวใจจะเต้นแรงมาก เส้นโลหิตต้องทำงานหนัก
           บางทีอาจแตกได้ ต้องงดจากการดื่มสุรา
         - ถ้าเล็กหมายถึง ทางเดินของโลหิตอ่อน มีโลหิตในสมองน้อย
   20. สีของวงพระจันทร์ ถ้าวงพระจัทร์เกิดเป็นสีเขียว ดำคล้ำ หรือสีน้ำเงิน แสดงว่าโรคที่เป็นอยู่เดิมนั้น
          กำลังทวีขึ้น ผู้ที่เจ็บป่วยนานวัน และถ้าจวนจะตาย วงพระจันทร์จะเกิดเป็นสีเขียวขึ้นก่อน แล้ว  
          ค่อยๆ แผ่ซ่านไปจนทั่วเล็บ เกิดเป็นสีเขียว หรือดำคล้ำทุกทีจนถึงปลาย หมายถึงโรคนั้นทวีหนัก
          ขึ้นแล้ว ต้องระวังชีวิตมากๆ
   21. เล็บสีต่างๆ ถ้าปลายเล็บสีดำ มักเป็นคนทำงานหนัก เช่นชาวนาและกรรมกรต่างๆ
          ถ้าสีแดงอ่อนๆ เป็นโรคเสมหะ มักมีนิสัยไม่ซื่อตรง
          ถ้าเล็บสีขาวซีด และมีตำหนิตอนปลาย อายุสั้น
          ถ้าเล็บยาวสีขาวมักเจ็บไข้เสมอ เป็นคนไม่อ้วน
   22. คนที่ชอบกัดเล็บอยู่เสมอนั้น เป็นคนประสาทอ่อนตื่น ตกใจง่าย วิตกทุกข์ร้อนได้เร็ว มักอยู่ไม่สุข
         ชอบไปในทางกามารมณ์
   23. ข้ออันพึงสังเกต คือผู้ที่เป็นวัณโรคนั้น เล็บต้องยาวและแบนด้วย ถ้าไม่แบน ก็ต้องมีเกาะที่เส้นโรค

ส่วนของนิ้วมือ

ถ้าปลายนิ้วตัดจะมีหลักในทางการเรียน ถ้าปลายนิ้วเป็นรูปใบพาย จะเรียนทางช่าง ออกแบบแปลนได้อย่างแปลกพิสดาร ถ้าปลายนิ้วเรียวแหลม ก็ชอบไปในทางศิลปะ ฉะนั้น รวมความว่า มือชนิดนี้ควรอาศัยรูปของนิ้วมือ เป็นเครื่องช่วยในการพยากรณ์
นิ้วของคนเรานั้นมีอยู่หลายอย่างถ้าเราสังเกตให้ดีจะเห็นว่ามีอยู่ 7 ชนิด คือ
1.     นิ้วสี่เหลี่ยมสั้นปลายนิ้วตัด ชนิดนี้มีมากชอบทำงานเป็นตัวเป็นตนไม่นึก ไม่ฝันอะไรมากนัก
2.     นิ้วยาวปลายตัด ใช้ทางความคิดมากกว่าชนิดที่ 1
3.     นิ้วลำข้อโต เรียกว่านิ้วนักปราชญ์ มีความรอบคอบในกิจการต่างๆ
4.     นิ้วพาย คือปลายนิ้วแผ่แบน พวกนักก่อสร้างที่คิดทำเครื่องมือ เครื่องใช้ต่างๆ เช่นเครื่องจักรกล นักประดิษฐ์ คอมพิวเตอร์เป็นต้น
5.     นิ้วเรียว พวกนี้มักชอบไปในทางดนตรี นักประพันธ์ เป็นต้น
6.     นิ้วเรียวแหลม หรือนิ้วนักพรต ชนิดนี้จะค่อนข้างหาได้ยากหน่อย
7.     นิ้วผสม คือรูปมือเป็นสี่เหลี่ยม ส่วนนิ้วมีหลายอย่างปนกัน หัวแม่มีมักอ่อนโค้งออกภายนอก พวกนี้มักจะฟุ้งซ่าน ทั้งในทางความคิดและการพูดจา เบื่อเร็ว

นิ้วและส่วนของนิ้ว
ว่าด้วยชื่อของนิ้ว เรียกตามดาวพระเคราะห์ ตามหลักโหราศาสตร์ คือ
นิ้วชี้ เรียกว่า "นิ้วพฤหัสบดี"
นิ้วกลาง เรียกว่า "นิ้วเสาร์"
นิ้วนาง เรียกว่า "นิ้วอาทิตย์"
นิ้วก้อย เรียกว่า "นิ้วพุธ"
ส่วนนิ้วหัวแม่มือนั้น ท่านเรียกตามชื่อเดิม ดังจะอธิบายคุณลักษณะต่อไป

1.   นิ้วชี้ เป็นนิ้วของดาวพฤหัสบดี นิ้วนี้ยิ่งยาวมากยิ่งดี นิ้วทุกนิ้วควรยาวได้รูป ข้อต่อของนิ้วโต และเคลื่อนไหวได้ คล่องแคล่ว ไม่เกหรือหงิกงอ และไม่มีเครื่องหมายที่แสดงว่าไม่ดีเกิดขึ้น จึงจะเป็นลักษณะของนิ้วที่ดี

ถ้านิ้วนี้ยาวดี แสดงถึงความเด่นมีอำนาจปกครองคนในฐานะเป็นผู้นำได้ มีมานะ ก้าวหน้า มุ่งที่จะเชิดชูฐานะตนให้เด่นขึ้น แต่ถ้ายาวเกินไปก็ไม่ดีเท่าที่ควร เพราะจะเป็นการหยิ่งไป หรือมีความทะนงตนเกินไป คือหมายถึงนิ้วนี้ยาวเกือบเท่านิ้วกลาง แต่ก็มีความสามารถในกิจทั้งปวง มีจิตใจสูง แต่ถ้านิ้วชี้สั้น แสดงว่า ไม่มีความสามารถในการปกครอง หย่อนในศีลธรรม พูดมาก และอวดตน
เพื่อกล่าวให้ละเอียดถึงเรื่องของนิ้ว จึงขออธิบายถึงส่วนของนิ้วด้วย นิ้วทุกนิ้วนั้นแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ
1.     ส่วนที่หนึ่ง นับแต่ปลายนิ้วลงมาถึงข้อนิ้วบน เรียกว่าข้อต้น นับเป็นส่วนที่ 1 หรือส่วนบนของนิ้ว
2.     ส่วนที่สอง นับต่อจากส่วนที่หนึ่งลงมา หรือส่วนกลางของนิ้ว
3.     ส่วนที่สาม นับจากส่วนที่ 2 ลงมาถึงเส้นคาดโคนนิ้วตอนต่อกับฝ่ามือ หรือส่วนล่างของนิ้ว

ตามปกติส่วนของนิ้วจะยาวตามลำดับ
เมื่อทราบการแบ่งส่วนของนิ้วแล้ว ก็พิจารณาต่อไป ดังนี้ นิ้วชี้นั้นแบ่งเป็นสามส่วนคือ
     ส่วนที่หนึ่งนั้น ได้แก่ ศาสนา ถ้านิ้วนี้ดี และส่วนที่1 ดี ยาวงามได้รูปทรงดี เมื่อมองดูแล้วไม่สะดุดตา หรือไม่มีเครื่องหมายร้ายใดๆ เกิดขึ้น มีเส้นคาดข้อนิ้วยาวและเต็มเส้น มองดูเรียบร้อย เช่นนี้ ผู้นั้นจะเป็นผู้ที่เคร่งครัด ถือมั่นในศาสนา ถ้าส่วนนี้เสีย ก็พยากรณ์ในทางตรงกันข้าม
     ส่วนที่สองได้แก่ ความมีมานะ ก้าวหน้า
     ส่วนที่สาม ได้แก่การปกครอง ถ้าส่วนนี้ดีจะเป็นผู้ที่มีอำนาจในการปกครอง คือรู้จักใจผู้บังคับบัญชา เคร่งที่ตน แต่ผ่อนปรนที่ผู้อื่น รู้จักผ่อนสั้น ผ่อนยาว ตามตำราไทยนั้น นิ้วนี้สำคัญมากเกี่ยวกับการก้าวหน้า ทางชื่อเสียง ส่วนตำราจีนนั้น ใช้พยากรณ์ทางทรัพย์สมบัติ เรียกว่านิ้วโภคทรัพย์ ฉะนั้นนิ้วนี้ไม่ควรมีตำหนิ หรือพิการ อันจะทำให้ลาภยศ หมดไป มีข้อพิจารณาดังนี้คือ
1. นิ้วชี้ยาว จะแสวงหาอำนาจเป็นธรรม แต่ถ้ายาวไปเป็นคนเจ้ายศ แกมหยิ่ง
2. ถ้านิ้วชี้สั้นเกินไป มักไร้คู่ครอง มิฉะนั้นก็ เป็นคนกลัวเมีย คือไปไหนชอบพกเมียไปด้วย
3. นิ้วชี้เอียงออกจากนิ้วกลาง มักตกทุกข์ได้ยาก ถ้าหงิกเกเข้ามาหานิ้วกลาง แม้จะมีทรัพย์ก้อไม่มีความสุข
4. นิ้วชี้ใหญ่กว่านิ้วอื่น ดีมีทรัพย์ และอายุยืนยาว จะได้สืบดำรงวงค์ตระกูล
    แต่ถ้าเล็กกว่านิ้วอื่นก็ ไร้อาชีพที่แน่นอน หมดที่พึ่ง
5. นิ้วชี้ลีบ ตกระกำลำบาก
6. นิ้วชี้บุบ จะเที่ยวระหกระเหิน เร่ร่อนไปทั่วทิศ
7. นิ้วชี้คด การปกครองไม่ดี เพราะมีแต่ ฉันทาคติ เลือกที่รักมักที่ชัง
8. นิ้วชี้มีตำหนิ พิการ จะพึ่งพาผู้ใหญ่และเจ้านายไม่ได้ อาภัพทางราชการ

          2. นิ้วกลาง เป็นนิ้วของดาวเสาร์ ถ้ายาวดี แสดงว่าเป็นคนรักความสงบ ชอบการศึกษา ถ้าเป็นสี่เหลี่ยมและหนา แสดงว่ามีความคิดลึกซึ้ง ถ้านิ้วสั้นหรือมีตำหนิ จะไม่เอาใจใส่เรื่องใด ถ้านิ้วนี้ยาวกว่าฝ่ามือ เป็นผู้ที่รอบคอบดี ถ้าสั้นกว่าฝ่ามือ เป็นคนใจร้อน มักตกลงใจเร็ว

   ส่วนที่หนึ่ง ได้แก่ ความสันโดษ ถ้าปลายนิ้วตัด ชอบสันโดษ ถ้าปลายนิ้วแหลม ชอบสนทนาปราศัย เป็นคนพูดตรงๆ ถ้าส่วนนี้ไม่ดีก็ ตรงกันข้าม
   ส่วนที่สอง ได้แก่ งานกลางแจ้ง คือชอบงานกลางแจ้ง เช่นทำไร่ ทำนาเป็นต้น
   ส่วนที่สาม ได้แก่ การสะสมสิ่งของ ถ้าดีจะเป็นคนที่ชอบสะสม และอีกอย่าง ดาวเสาร์เป็นดาวแห่งทุกข์โศกโรคภัย ถ้านิ้วนี้ดีก็คุ้มครองเรื่องโรคภัยด้วย และเป็นผู้ชอบการพยาบาลเป็นพิเศษ

ตามตำราไทยกล่าวว่า นิ้วกลาง เป็นนิ้วที่สำคัญ เพราะว่าเป็นนิ้วที่รับเส้นโชค อันหมายถึงอาชีพ และวิถีทางแห่งชีวิต และเป็นนิ้วที่แสดงถึงนิสัยโดยตรง การดูลักษณะบุคคล ก็ดูนิ้วนี้ประกอบ แต่ทางตำราจีนนั้น ใช้ดูทางยศศักดิ์ อาศัยการสังเกตคือ ถ้ายาวเกินไปเป็นคนเซื่องซึม ถ้าสั้นเกินไปเป็นคนรุกราน อยู่ไม่สุข

     - นิ้วกลางตรงจึงจะดี ถ้าไม่ตรงเป็นคนมีมานะ อัตตทิฏฐิ ถือตนเป็นใหญ่
     - ถ้าแอ่นหงายไปข้างหลังมาก มักขัดสนและกำพร้าบิดามารดามาแต่น้อย
     - ถ้ามีเส้นคาดรอบวงนิ้ว แม้สุขแต่ก็ทุกข์ทางใจ
     - มีรอยก่ายไขว้กันตรงข้อ หรือเป็นกากบาด ไม่ดี
     - มีตำหนิหรือพิการ มักอยู่ห่างจากมารดา

          3. นิ้วนาง นิ้วนี้เป็นนิ้วของดาวอาทิตย์ ถ้ามีลักษณะดี จะมีเสน่ห์อ่อนหวาน และรักสวยรักงาม รักเกียรติ และชื่อเสียง ถ้ายาวเท่านิ้วชี้ จะหาเงินเพื่อความรุ่งเรือง ก้าวหน้าเหนือคนอื่น ถ้ายาวเกือบเท่านิ้วกลาง จะเป็นคนที่ฉลาด และชอบไปในทางการพนัน มีเล่ห์เหลี่ยมจัด
   ส่วนที่ 1 ได้แก่ความสามารถทางศิลปะ ถ้าปลายนิ้วเป็นรูปกรวยเรียว จะเป็นนักแสดงได้ดี
   ส่วนที่ 2 ได้แก่เหตุผล และความระมัดระวัง
   ส่วนที่ 3 ได้แก่การพนันทุกชนิด และการเป็นนักเลงทุกอย่าง
ตำราไทยกล่าวว่า นิ้วนางเป็นนิ้วที่แสดงถึง บุตรภรรยา และวงค์ญาติ เหมือนกับตำราฮินดู
ส่วนตำราของจีน ใช้ดูบุตร

ตำราไทยมีการสังเกตว่า
1. ถ้านิ้วนางยาว ดีทางศิลป์ ชอบออกหน้าออกตา ไหวทันคน
2. ถ้านิ้วนางสั้น ไม่ชอบไปที่คนหมู่มาก ไม่ชอบทางศิลป์
3. ถ้านิ้วกลางเอนเอียงมักหาคู่ยาก คู่ครองคนนั้นมีมานะทิษฐิมาก ถ้าปลายนิ้วไม่ชิดติดกัน พี่น้องไม่ปองดองกัน
4. ถ้ามีเส้นคาดรอบนิ้ว ไม่ดี
5. ถ้ามีตำหนิหรือพิการ มักขัดลาภ และเสียเงินโดยใช่เหตุ จะทำการใดก็ เป็นการ ปิดทองหลังพระ ไม่มีใครยกย่อง สรรเสริญ
          4. นิ้วก้อย เป็นนิ้วของดาวพุธ แสดงถึงอารมณ์ กับปฏิภาณ ไหวพริบดี โกรธง่าย หายเร็ว ถ้ายาวถึงโคนเล็บนิ้วนาง จะคล่องทั้งการพูดและการเขียน หากสั้นเกินไปก็เป็นคนอาภัพ ถ้านิ้วเกหรือผิดปรกติมาแต่กำเนิด จะประพฤติไปในทางเกเร หากินในทางมิจฉาชีพ
   ส่วนที่ 1. ได้แก่การพูด ถ้าส่วนนี้ยาวก็เป็นนักพูดที่ดี
   ส่วนที่ 2. ได้แก่การสังเกต ถ้ายาวดีก็เป็นคนรอบคอบ ทำให้ สามารถแก้ไขอุปสรรคต่างๆ ได้
   ส่วนที่ 3. ได้แก่ความฉลาด ถ้ายาวมากก็ฉลาดมาก แต่ถ้ายาวเกินไปก็แกมโกง ถ้าดูอ่อนโค้งก็เหมาะ  
                แก่หน้าที่ พยาบาล

ตำราไทยว่า หมายถึงเอาไว้ดูเรื่องสติปัญญา และดูบุตร ส่วนตำรา จีน ให้ดูภรรยา มีข้อสังเกตคือ

   1. นิ้วต้องตรง ยาวเรียว อย่าให้ปลายนิ้ว ต่ำกว่าเส้นคาดข้อนิ้วนางข้อบน จึงจะดี ถ้ายาวเสมอเส้นคาด ก็ปานกลาง ยิ่งยาวขึ้นไปยิ่งดีไม่อาภัพที่ทำมาหากิน ถ้าตำลงมาจากนิ้วกลางเป็นคนอาภัพ แม้ร่ำรวยสักเท่าใด ก็มักตกอับสักคราว เว้นเสียแต่ปลายนิ้วจะแหลมไม่สั่นทู่ และรูปนิ้วตรงงาม ก็พอเอาตัวรอดได้
   2. ถ้านิ้วเอนเอียงไม่ตรง มักเป็นหมันหรือมีบุตรน้อย
   3. ปลายนิ้วก้อยเล็ก กว่าปลายนิ้วกลางปัญญาดี เรียนทางช่างดี
   4. ถ้ามีตำหนิหรือพิการ จะเลี้ยงบุตรยาก
   5. ถ้ามีเส้นพันรอบนิ้วนาง ดีนัก อายุยืน (ดีเฉพราะนิ้วนี้นิ้วเดียว)


          5. นิ้วหัวแม่มือ นิ้วนี้เป็นนิ้วที่สำคัญกว่านิ้วทั้ง 4 ที่กล่าวมาแล้ว เพราะเป็นนิ้วทางด้าน ต้นแห่งที่เกิดของเส้นชีวิต และเส้นความคิด ตั้งอยู่บนเนินอันเด็ดเดี่ยวเข้มแข็ง คือเนินอังคารต่ำ ผู้ที่มีความชำนาญในการดูลายมือนั้น ถ้าหากได้มองดูแค่นิ้วนี้เพียงนิ้วเดียว ก็สามารถพยากรณ์ถึง อุปนิสัยใจคอ ความคิดความอ่าน ได้ตลอด เป็นนิ้วที่สำคัญที่สุด เปรียบประดุจจมูก ของคนเรา ซึ่งเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดบนใบหน้า ถ้านิ้วหัวแม่มือยาวงดงาม แสดงว่าเจ้าของมือเป็นผู้ที่มีความคิดที่ลึกชึ้ง มีอำนาจในการบังคับตนเอง นิ้วที่ยาวนั้น ดูได้จากปลายนิ้วจะยาวเสมอกับเส้นคาดข้อนิ้ว ส่วนที่ 2 ของนิ้วชี้คือเส้นขีดขั้นกลางนิ้วชี้ จะสังเกตได้ ในเมื่อบีบนิ้วหัวแม่มือให้เข้าชิดฝ่ามือแล้วมองดู ก็จะทราบได้ว่านิ้วยาวหรือสั้น ถ้าหากว่าผู้ใดมีมือที่สั้นหนา จะเป็นผู้ที่มีนิสัยดื้อดึง หยาบคาย ถ้าเล็กแบบบาง จะเป็นผู้มีกำลังใจอ่อน ถ้ามีตำหนิหรือพิการ มักพึ่งผู้ใหญ่มิได้

     ส่วนที่ 1 คือส่วนที่ตั้งแต่ข้อนิ้วขึ้นไปถึงปลายนิ้ว ได้แก่ความตั้งใจ เป็นอำนาจจิตเกี่ยวกับกำลังใจ ถ้าส่วนนี้ยาวมาก ผู้นั้นใจแข็ง มีความตั้งใจเด็ดเดี่ยว การตัดสินใจดี
     ส่วนที่ 2 นับต่อจากส่วนที่ 1 ลงมาจนถึงโคนนิ้วเพียงง่ามมือ ได้แก่ เหตุผล ถ้าส่วนนี้คอดและยาว จะเป็นผู้มีความคิดอันเหมาะสมและรวดเร็ว ไหวพริบดีทันคน ถ้าส่วนนี้มีเนื้อเต็มไม่คอดกิ่วเป็นคนใจกล้าแข็ง มีความพยายามดี ต้องการความสำเร็จเป็นใหญ่ ส่วนทางเหตุผลนั้นมีน้อย ถ้ายาวกว่าส่วนที่ 1 มาก จะเป็นคนใจเย็น ใช้ความพิจารณารอบคอบ แต่มีอำนาจทางจิตใจอ่อนลง ไม่มีความเข้มแข็ง ในเมื่อต้องผจญกับปัญหาต่างๆ
     ส่วนที่ 3 นี้จะมองไม่เห็น เป็นข้อหรือเป็นตอนอย่างนิ้วอื่นๆ เป็นส่วนที่ต้องนับจากโคนนิ้ว ลงมาถึงข้อมือ ได้แก่สิ่งที่เกี่ยวกับความรัก กามารมณ์ ถ้าส่วนนี้ยาว แสดงว่ามีสติควบคุมในเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ดี ถ้าหนาและสั้นก็ไม่ค่อยดีเท่าใด มีจิตหลงใหลไปในทางกามารมณ์ ไม่ใช่การตัดสินใจในทางความรัก ยิ่งมีเครื่องหมายร้ายเกิดขึ้นก็ทำให้ มีนิสัยเจ้าชู้ด้วยประการต่างๆ หากส่วนนี้ไม่เท่ากัน เช่นส่วนที่ 1 ยาวก็จะถือแต่ใจตัวเองมากกว่าเหตุผล ถ้าส่วนที่ 2 ยาว ก็จะถือเป็นคุณลักษณะของส่วนที่ 1 ถ้าส่วนที่ 3 ยาวและหัวแม่มือเล็ก แสดงว่ามีความรักไคร่ในด้านกามารมณ์มาก

ถ้าส่วนใดใหญ่คุณภาพส่วน นั้นก็มาก ส่วนที่พอเหมาะสมนั้นคือ หัวแม่มือควรยาวและแน่น ไม่กางหรือชิดกับฝ่ามือมากนัก เมื่อทั้งสามส่วนประกอบกันแล้วดี ก็จะเป็นอิสระในอารมณ์ มีความระมัดระวังดี ความตั้งใจดีหนักแน่นมีเหตุผล
การที่เราจะสังเกตว่าสั้นหรือยาวอย่างใดนั้น ให้บีบหัวแม่มือชิดกับนิ้วชี้ ถ้าปลายนิ้วยาวถึงเส้นขั้นระหว่างส่วนที่ 2 กับส่วนที่ 3 ของนิ้วนับว่ายาว ถ้าปลายนิ้วยาวระหว่างกึ่งกลางส่วนที่ 3 ของนิ้วชี้ ก็นับว่าเป็นขนาดธรรมดา หากต่ำกว่ากึ่งกลางของส่วนที่ 3 ก็อยู่ในจำพวกสั้น ถ้าเพียงโคนนิ้วชี้ก็นับว่าสั้นมาก
สำหรับตำราของไทยนั้น มีข้อสังเกตอยู่ว่า ไห้ดูที่เส้นคาดข้อนิ้วระหว่างส่วนที่ 1 กับส่วนที่ 2 ถ้าเส้นขวาง เกี่ยวกัน หรือตอนหัวเส้นท้ายเส้น รวมกันเกิดเป็นเกาะขึ้น ตอนกลาง ทายว่าบิดาตายก่อน ถ้าเส้นคาดตอนนี้โค้งเป็นดังรูปเบ็ดตกปลา ทายว่า มารดาตายก่อน
ส่วนตำราสากลมีที่สังเกตดังนี้ ถ้าส่วนที่หนึ่งหงายออกข้างนอกมา แสดงว่า ขาดความหนักแน่น เชื่อคนง่าย

ถ้าหัวแม่มือแข็งก็เป็นคนหนักแน่น ถ้าหัวแม่มือแผ่แบนอย่าง งูแผ่แม่เบี้ยด้วย ก็จะเป็นคนที่ใจคอกว้างขวาง เห็นใจคนอื่น
ส่วนพวกที่หัวแม่มือส่วนนี้งุ้มเข้ามาหาฝ่ามือ ก็จักมีนิสัยตรงกันข้าม เป็นคนตระหนี่ เหนียวแน่น และมีความโลภมากเสมอไป

ถ้าปลายหัวแม่มือปุ้ม คือหัวแม่มือปุ้มใหญ่ มู่ทู่แลดูหนา ไม่สวยงาม อยู่ในลักษณะของมือประเภทมือชั้นต่ำ จะขาดการควบคุมสติ อาจกระทำผิดที่ร้ายแรงได้ในทันทีทันใด คือกระทำการใดโดยไม่มีสติ โทษะแรง กล้า มุทะลุ เป็นมือชนิดฆ่าคนได้ เพราะจะทำการฆาตกรรมได้ โดยฉับพลัน เนื่องด้วยตนเองไม่มีความคิดพอที่จะวางแผนการณ์ได้ ถ้านิ้วสั้นด้วยแล้ว ความชั่วร้ายก็จะทวียิ่งขึ้น

ปลายหัวแม่มือเรียวเล็ก เป็นคนตระหนี่ ไม่ยอมเสียเปรียบใคร เป็นคนเห็นแก่ได้
นิ้วหัวแม่มือกาง พวกนี้เวลาทำการใดไม่ต้องการให้ใครมาขัดขวาง ปราศจากการบังคับจิตใจตนเอง
หัวแม่มืองอเข้าหาฝ่ามือ เป็นคนใจอ่อน ขี้ตกใจ ระมัดระวังมาก ยากที่จะเข้าใจคนพวกนี้ เพราะว่าเป็นคนที่พูดน้อยด้วย


ข้อต่อนิ้วก็มีความสำคัญเหมือนกันในการใช้ในการพยากรณ์
1. พวกที่ข้อนิ้วเรียบ ทำอะไรไม่ค่อยรอบคอบ เพราะเป็นพวกที่ไม่ค่อยคำนึงถึงเหตุผล
2. ลำข้อนิ้วโต พวกนี้มีความสังเกต พินิจพิจารณาดี เป็นมือพวกนักปราชญ์เป็นส่วนมาก คือพวกที่ต้องใช้ความคิด พวกนี้มีความรอบคอบ ละเอียดแม้กระทั่งเรื่องเล็กน้อย

ช่องว่างระหว่างนิ้ว การดูช่องว่างระหว่างนิ้ว ต้องดูทางหลังมือ จะดีกว่าทางฝ่ามือ ผู้ที่มีช่องว่างระหว่างมือห่างกันนั้นไม่ค่อยดี เพราะว่าคงมีนิ้วใดนิ้วหนี่งมีตำหนิหรือพิการ แต่ว่าถ้าช่องว่างห่างกันตอนโคนนิ้วนั้น ทางตำราสากลว่าดี เพราะว่าเป็นมือที่มีลำข้อโต อันเป็นลักษณะที่คงทนต่อโรคภัยต่างๆ
บางคนไม่มีช่องว่างเลย แบบนี้ก็ไม่เสีย คือดีทางศิลปะต่างๆ
ตำราไทย ว่าเป็นมือสวยงาม ดีไปในทางการเป็นนักเลงการพนัน หรือพวกที่เล่นซ่อนไพ่ หรือนักแสดงมายากลเป็นต้น

ช่องว่างต่างๆ นั้น มีข้อสังเกต คือ
1. หัวแม่มือห่างกันมาก คือกางมาก ไม่ค่อยเชื่อฟังใคร รักอิสระ
2. นิ้วชี้กับนิ้วกลางห่างกันมาก ชอบบงการในฐานะที่เป็นผู้นำ
3. นิ้วนางกับนิ้วกลางห่างกันมาก เป็นคนที่ทำอะไรเอาแต่อารมณ์
4. นิ้วนางกับนิ้วก้อยห่างกันมาก มีความเข้าใจในวิทยาการต่างๆ มีเล่ห์เหลี่ยมในทางการค้า และเป็นนักพูดที่ดี
5. รวมความว่า ถ้าห่างกันที่โคนทุกนิ้ว หมายถึงมีอิสระในทางความคิด ไม่เอาเปรียบใคร

ถ้าช่องว่างระหว่างนิ้วแคบหรือชิดกันนั้น จะคบหาด้วยยาก เพราะเป็นคนที่ไม่ยอมเสียเปรียบใคร ขี้หึง ขี้ระแวง
ทางตำราไทย กล่าวว่า ผู้ที่ปลายนิ้วมือห่างกันนั้น ไม่สามารกถพึ่งพิงพี่น้อง หรือญาติมิตรได้ พี่น้องไม่ค่อยปรองดองกัน ส่วนผู้ที่ตอนโคนนิ้วห่างกัน เก็บทรัพย์สินไม่อยู่ มีเท่าไหร่ จ่ายหมด
ความผิดปรกติของนิ้ว ตามที่เก็บเป็นสถิติมานั้น มีอยู่หลายอย่าง และได้พยากรณ์ได้ถูกต้องเป็นส่วนมาก
1. นิ้วแข็ง มักอาภัพ
2. นิ้วสั้นเกินไปไม่สมรูปมือ มักขัดสน
3. นิ้วแอ่น หงายออกไปทางหลังมือ มักพลัดพรากจากบ้านเกิด คือต้องไปทำมาหากินห่าง จากถิ่นเกิดของตน
4. นิ้วเกงุ้ม กลับเข้ามาข้างใน ใจแข็ง แต่พึ่งใครไม่ได้
5. นิ้วบุ๋มหรือแตกเป็นร่อง อาภัพ เสียทรัพย์โดยใช่เหตุ
6. นิ้วลีบแบน มักอยู่ไม่เป็นที่ ถ้าลีบและเล็กด้วย ทำราชการไม่เจริญก้าวหน้า อาภัพในการหาเลี้ยงชีพ
7. นิ้วเก หรือหงิกงอมาแต่กำเนิด จะลำบากไม่ว่าจะอยู่ที่ใดในโลก
8. นิ้วมีตำหนิ หรือพิการ มักขัดลาภ ทำการสิ่งใดไม่ตลอด

รวมความว่าถ้านิ้วใดเสียไป เนินก็เสื่อมคุณภาพลงไปด้วย ร่างกายคนสูง แต่มือสั้นมักลำบาก คนเตี้ยแต่มือยาว มักคิดแต่จะเอาเปรียบคนอื่น เห็นแก่ได้ฝ่ายเดียว เห็นแก่ตัว






วันอังคารที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2554

ส่วนของมือ

ส่วนของมือแบ่งออกเป็น 2 ส่วน โดยถือแนวตรงง่ามมือ (โคนนิ้วหัวแม่มือ) เป็นเขตแบ่ง เรียกว่า
ลักษณะของฝ่ามือ

ฝ่ามือควรจะมีเนื้อและกระดูกพอเหมาะกัน ฝ่ามือที่ดีนั้นต้องมีเนื้อนุ่ม ละเอียดอ่อน ทำให้เห็นลายเส้นลายมือเด่นชัด แลเป็นเส้นเล็กๆ ดุจใยแห่งเส้นไหม มีสีแดงอบอุ่นอยู่เสมอ ไม่เยือกเย็น ลักษณะของหลังมือต้องอูมดุจหลังเต่า กลางใจมือต้องไม่ลุ่มลึก เนื้อฝ่ามือหนา มีผิวอันละเอียด เหล่านี้ ล้วนเป็นลักษณะของฝ่ามือที่มีวาสนา บริบรูณ์ด้วยทรัพย์สิน เงินทอง

ลักษณะฝ่ามือที่ไม่ดี ย่อมมีลักษณะที่แห้งแข็งกระด้าง สีเนื้อดูซีดไหม้เกรียมหรือดำไม่ผ่องใส ลายเส้นใหญ่ กระดูกนูนสูง ฝ่ามือบางมาก เว้นแต่ผู้ที่มีร่างกายผอมบางอยู่แล้ว ถ้าคนที่มีร่างกายผอม แต่มีเนื้อฝ่ามือเต็ม ยิ่งนับว่าดีมากขึ้น คนอ้วนแต่ฝ่ามือไม่มีเนื้อไม่ดี ยิ่งอ้วนต้องมีเนื้อมากจึงยิ่งดี ลักษณะที่ฝ่ามือไม่ดีนั้น ย่อมต้องลำบากตรากตรำ ต้องฝ่าฟันอุปสรรคเสมอดังนี้

1. ถ้ากระดูกงอกขึ้นแหลมขึ้นมา แม้ตัวจะสุขแต่ก็ทุกข์ทางใจ
2. ถ้ากระดูกมากเนื้อน้อย ย่อมพึ่งพาญาติพี่น้องไม่ได้
3. เนื้อหุ้มกระดูกบางมาก มักอาภัพ
4. ถ้าเนื้อนูน แต่มีกระดูกเต็มเปี่ยม ดีนัก
5. กระดูกหลังมือนูนขึ้นสูง มักเหน็ดเหนื่อยเสมอ
6. ร่างกายเล็ก แต่มือใหญ่ มักเป็นคนใช้จ่ายฟุ่มเฟือย

ลักษณะของฝ่ามือที่ดี คือ คนผอมมือควรบาง คนอ้วนควรต้องมีเนื้อที่มีหนา คนใหญ่มือควรใหญ่ คนเล็กมือควรเล็ก คนรูปร่างสวยงามมือต้อง เรียวสวยสมรูป ส่วนคนที่มีนิสัยมุทะลุนั้น ฝ่ามือหยาบหนา เทอะทะ และที่สำคัญ ฝ่ามือควรต้องสัมพันธ์กับฤดูกาล คือ ถ้าฤดูร้อน มือควรต้องมีเหงื่อ ฤดูฝนฝ่ามือควรแห้ง ใส ไม่สาก ฤดูหนาวฝ่ามือต้องควรแห้งผาก เหล่านี้จึงจะถูกต้องตามฤดูกาล แสดงว่าผู้เป็นเจ้าของมือจะมั่งมี และอยู่เย็นเป็นสุข ถ้าฤดูร้อนมือกลับแห้งผาก ฤดูหนาวมือกลับมีเหงื่อ ผู้นั้นมักไม่มีปัญญา ในการดำรงชีวิต มักลำบากตรากตรำ

ประเภทของมือ  มีอยู่ 2 ประเภท คือ มือกว้าง กับมือยาว
  •       มือกว้างนั้น คือระยะความกว้าง ของมือเท่ากับระยะความยาวของมือ รูปมือเป็นรูป           สี่เหลี่ยมด้านเท่า เรียกว่า มือกว้าง ส่วนมือที่มีระยะความกว้างมากกว่าความยาวก็นับว่าเป็นจำพวกกว้าง อย่างล้นพ้น ซึ่งจะหาได้ยาก และยังไม่เคยพบมากก่อนเลย
  •      มือยาว คือระยะความยาวของมือ ยาวกว่าระยะทางความกว้าง เมื่อหงายฝ่ามือดูแล้ว     จะเห็นได้ชัดว่าเป็นมือยาว พวกมือกว้าง มักดีด้านในการทำงานที่ใช้กำลัง ส่วนมือยาว  มักทำงานที่เน้นไปในการใช้กำลังความคิด สติ ปัญญา การวางแผน และการงานที่มีระเบียบแบบแผน
 ฝ่ามือคนเรากำหนดออกได้อีกเป็น
     - ส่วนบน ส่วนบน นับจากเขตแนวแบ่งขึ้นไปถึงโคนนิ้วกลาง ตรงเส้นคาดโคนนิ้ว
     - ส่วนล่าง นับจากแนวเขต แบ่งลงมาถึงซ่นมือเพียงเส้นกำไลมือเส้นแรก

ข้อสังเกต: 
     - ผู้ที่มีส่วนบนของมือยาวกว่าส่วนล่างนั้น จะมีความเฉลียวฉลาดดี ทั้งการนึกคิด และการกระทำ กิจการมักเจริญเติบโต ส่วนมากเป็นมือของนักธุระกิจ พ่อค้า เศรษฐศาสตร์ และนักการเมืองเป็นต้น
     - ส่วนผู้ที่มีมือส่วนล่างของมือยาวนั้น เป็นผู้ที่ ชอบความสันโดษมากกว่า และชอบการงาน กลางแจ้ง แต่มีความอดทนมาก

ตามธรรมดามือคนเรานั้น ในโลกนี้มีไม่เกิน 7 ชนิดคือ
1. มือชั้นต่ำ
2. มือสี่เหลี่ยม
3. มือใบพาย
4. มือนักปราชญ์
5. มือเรียว
6. มือนักพรต นักบวช
7. มือผสม


1. มือชั้นต่ำนั้น เป็นมือเบื้องต้นของมือทั้งหมด คือมีลักษณะที่ไม่ค่อยน่าดูมากนัก รูปมือดูสั้น ทู่ หยาบและหนา นิ้วดูสั้น เล็บสั้น เส้นลายมือมีไม่มากเท่าไดนัก นิ้วหัวแม่มือสั้น ปลายนิ้วปุ้ม หรือเป็นรูปทรงตัด ซึ่งแสดงออกถึง ลักษณะที่หยาบคาย มีความรู้สึกนึกคิดที่น้อยมาก ใช้เป็นแต่กำลังอย่างเดียว เป็นคนเอาแต่ใจตนเอง โกรธง่าย ใจร้อน ไม่ค่อยสนใจในสิ่งที่สวยงามเท่าได ชอบปล่อยชีวิตให้เป็นไปตามยถากรรม ไม่กระตือรือร้น ในการพัฒนาชีวิตให้ดีขึ้น

2. มือสี่เหลี่ยม รูปมือเกือบเป็นแนวตรงทั้งสี่ด้าน แต่ละด้ายยาวไล่เลี่ยกัน อย่างรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส เล็บมักสั้น และเป็นรูปสี่เหลี่ยม หัวแม่มือยาวได้ส่วน หันออกฝ่ามือพองาม เป็นมือที่มีประโยชน์ในการทำการงาน เรียกว่า มือพวกอุตสาหกรรม ทำงานเป็นระเบียบ ตรงต่อเวลา ทำงานจริงจัง ไม่มีนิสัยในทางวรรณคดี ตามธรรมดา มือพวกนี้ ไม่ชอบเป็นผู้ต้นคิด และชอบพูดมาก แต่มีความพยายาม เป็นคนที่รักษาขนบธรรมเนียมดี ซื่อตรง ต้องการความสงบ ชอบอยู่เพียงลำพัง เป็นคนที่รักครอบครัว ถ้านิ้วหัวแม่มือยาว และข้อต่อของนิ้วดี จะทำการเกี่ยวแก่ความชำนาญ ซึ่งไม่ต้องใช้ความคิดมากนัก เช่นการค้า และการเกษตรกรรมเป็นต้น

3. มือใบพาย รูปมือจะโตด้านหนึ่ง เล็กด้านหนึ่ง คล้ายรูปใบพาย ของเรือแบ่งออกเป็น 2พวก ด้วยกันคือ พวกหนึ่ง ฝ่ามือทางด้านโคนนิ้วโต ทางด้านตอนข้อมือเล็ก (โตตอนบน) รูปมือเรียวลงส่วนอีกพวกหนึ่งฝ่ามือทางด้านโคนนิ้วเล็ก ทาง ทางด้านตอนข้อนิ้วมือโต (โตตอนล่าง) รูปมือเรียวขึ้น เป็นมือที่ชนิดที่อยู่ไม่สุข ตื่นเต้นในงานที่ใหญ่โตมีแบบแผน ชอบนึกคิดในการสร้าง ชอบคิดค้นสิ่งแปลกๆ ช่างประดิษฐ์เครื่องยนต์กลไกต่างๆ พวกมือโตตอนบนนั้นดีทั้งด้านความคิดและการกระทำ แต่อย่าไปเร่งเร้าให้ทำเร็วเกินไป อาจผิดพลาดได้ เป็นผู้ที่นึกคิดสิ่งที่เป็นประโยชน์โดยตรงทางโลกปัจจุบัน
ส่วนพวกมือโตตอนล่างนั้นมีความนึกคิดน้อยกว่า เพราะเป็นคนใจร้อนทำอะไร รวดเร็ว แต่ก็ทำงานเป็นชิ้นเป็นอันสำเร็จดีกว่าพวกแรก ชอบทำงานอิสระ เป็นมือนักคิดนัก บริหารทั่วไป

4. มือนักปราชญ์ คือมือเมธี รูปมือค่อนข้างยาวบาง แลจนเห็นกระดูกขึ้น ลำข้อนิ้วโต มองเห็นนูนขึ้นเด่นชัด เล็บยาว เป็นมือของบุคคลที่ฉลาด ในการคิดค้นหาเหตุผล ชอบการศึกษาเล่าเรียน ชอบอ่านหนังสือต่างๆ เป็นคนเรียบร้อย สงบ ระมัดระวังในการพูด ชอบนึกคิดและอยู่เพียงลำพัง ส่วนมาก มือพวกนี้จะผสมกับรูปมือสี่เหลี่ยมด้วย คือมีเป็นรูปสี่เหลี่ยม แต่นิ้วเป็นนิ้วมือปราชญ์ พวกนี้ พูดจริง ทำจริง ไม่ทิ้งอุดมการณ์ แต่ไม่ค่อยร่ำรวยเท่าใด เหมือนพวกมือสี่เหลี่ยมจริงๆ เพราะว่ามือสี่เหลี่ยม แสวงหาแต่การงานที่เป็นประโยชน์แก่ตนเอง มีความอดทน ในการทำมาหากิน ส่วนมือนักปราชญ์นั้น ชอบไปในทางวิชาลึกลับ เช่นหมอดูเป็นต้น แต่มีความจดจำดีมาก คือถ้าจำแล้วจะลืมยาก ชอบสังเกตควมเป็นไปของบุคคล มักมีอำนาจเหนือผู้อื่น ถ้าปลายนิ้วบาง จะชอบไปในทางศาสนา และทางศาสตร์ที่ลึกลับ ถ้าชอบสิ่งใดแล้ว จะพยายามในสิ่งนั้น จนประสบความสำเร็จ

5. มือเรียว คือมือพวกศิลปิน มือนักศิลปะ รูปมือค่อยๆ เรียวขึ้นทีละน้อย มองดูสวยงาม พวกนี้มีความรู้สึกไว เป็นมือชนิดปานกลาง ไม่ใหญ่ ไม่เล็ก ชอบในทางประดิษฐ์สิ่งสวยงาม ชอบดนตรีและศิลปะทุกๆ อย่าง แต่เพียงแค่ชอบเท่านั้น เพราะว่าจะกระทำเพียงพักๆ ชั่วคราว ส่วนมากเป็นมือสตรีมากกว่า เนื่องจากเป็นมือที่สวยงาม ตำราไทยว่า เป็นมือของพวกผู้มีวาสนา หรือผู้ที่เกิดในตระกูลที่ดี ถ้ามีเส้นความคิด หรือเส้นสมองดีแล้ว ก็จะสำเร็จมากขึ้น มีข้อสังเกตอีกอย่างหนึ่งคือ มือพวกนี้จะมีเล็บงอกยาวเร็วกว่าคนธรรมดา คือแสดงให้เห็นว่า เป็นคนที่ไม่ค่อยประหยัดเท่าได เป็นคนที่เปลี่ยนแปลงง่าย ขี้เบื่อ โกรธง่าย เวลารักก็รักง่ายเช่นกัน ยามเกลียดก็เกลียดอย่างแสนสาหัส ใจคอกว้างขวางดี มีความรู้สึกไวถ้ามีคนพูดถึงตน ถ้ามือแข็งบ้าง คือเวลากดแล้วไม่ลง ก็พอมีความเพียรพยายามบ้าง ชอบหาความสุขส่วนตัว มากกว่าส่วนรวม สามารถแสดงออกในที่ชุมชนได้ดี เช่น พวกนักแสดง ดาราเป็นต้น ถ้าเป็นพระก็เป็นนักเทศน์ที่ดีเป็นต้น

6. มือนักพรต ตำราสากลหมายถึง มือพวกทรงจ้าวเข้าผี มือนักบวชของศาสนาต่างๆ รูปมือยาวแคบ นิ้วเล็กแบบบางมาก เล็บยาวงามเป็นมือที่สวยงาม ไม่งดงามน่าดู เหมือนมือเรียวเป็นมือที่ดีที่สุดในทางนึกคิด แต่ทางกำลังมีน้อย เป็นมือที่น่าสงสาร ไม่เหมาะแก่งานที่ต้องการความเด็ดขาด แต่มีญาณในทางคาดคะเนเหตุการณ์ข้างหน้าได้ จึงนับว่ามีคุณสมบัติพิเศษอยู่ไม่น้อย เป็นคนที่ชอบความเป็นระเบียบ สวยงาม ชอบเล่าเรียนเวทมนต์ ไสยศาสตร์ต่างๆ จึงเหมาะที่จะเรียนทางโหราศาสตร์ หมอดู หรือ ทรงจ้าว เข้าผีต่างๆ

7. มือผสม เป็นมือที่ไม่สามารถจัดเข้าในมือจำพวกใดพวกหนึ่งได้ คือว่านิ้วไปอย่างหนึ่ง ลักษณะมือไปอีกอย่างหนึ่ง มือพวกนี้ทำงานได้ทุกอย่าง แต่จะไม่ค่อยชำนาญ คือมีความรู้อย่างเป็ด เว้นแต่มีเส้นความคิด หรือเส้นสมองดี ก็จะดีได้ ส่วนมากเป็นมือ นักพูด นักร้อง นักเทศน์ ถ้าปลายนิ้วตัดจะมีหลักในทางการเรียน ถ้าปลายนิ้วเป็นรูปใบพาย จะเรียนทางช่าง ออกแบบแปลนได้อย่างแปลกพิสดาร ถ้าปลายนิ้วเรียวแหลม ก็ชอบไปในทางศิลปะ ฉะนั้น รวมความว่า มือชนิดนี้ควรอาศัยรูปของนิ้วมือ เป็นเครื่องช่วยในการพยากรณ์

แผนที่ลายแทงขุมทรัพย์แห่งชะตากรรม

ศาสตร์ของการดูลายมือมีมามากกว่า 1,000 ปีชาวฮินดูเป็นชาติแรก ที่ทำการค้นคว้าเก็บเป็นสถิติเอาไว้ ให้เราผู้สนใจได้ศึกษากันสืบต่อๆ มา รวมทั้งนักปราชญ์ชาวตะวันตกหลายท่าน ได้แต่งตำราขึ้นดู
เมื่อครั้งที่พระพุทธเจ้าประสูติกาล ก็ได้มีการพยากรณ์ สัปปุริสะลักษณะมาแล้ว และได้พิสูจน์ให้เห็นว่าถูกต้องมาแล้ว คงไม่ถือว่าเป็นการงมงายที่จะศึกษา ให้รับรู้และเข้าใจว่าศาสตร์นี้มีจริงหรือไม่
จากประสบการณ์ที่ได้พยากรณ์ให้กับผู้ที่สนใจในวิชาหัตถศาสตร์นี้ เป็นจำนวนนับหมื่นคน ก็ได้พิสูจน์ด้วยตัวเองแล้วว่ามีความแม่นยำพอสมควร จึงอยากเสนอให้เพื่อนๆได้พิจารณาในวิชาการด้านนี้ด้วยกัน

อนึ่ง จากการศึกษาค้นคว้ามาเป็นเวลานานกว่าสามถึงสี่สิบปี โดยอาศัยประสบการณ์จากการพยากรณ์ให้บุคคลหลากหลายแบบ หลายอาชีพที่ได้เข้ามาให้พยากรณ์ ก็เห็นว่ามีความถูกต้อง เป็นส่วนมาก
จึงอยากเสนอให้ผู้ที่สนใจในด้านการดูลายมือ ตามตำราหัตถศาสตร์ ได้พิสูจน์ความเป็นไป ในวิชาแขนงนี้ โดยมีความถูกต้องเป็นบรรทัดฐาน เพราะในปัจจุบันนี้ มีหมอดู รวมทั้งหมอเดาเกิดขึ้นมากมาย แต่หาผู้ที่มีความรู้และเข้าใจ ในวิชาแขนงนี้น้อยคนนัก การดูลายมือ ต้องอาศัยประสบการณ์ในการดูมากกว่าพันคนขึ้นไป จึงจะเก็บเป็นสถิติได้อย่างถูกต้อง และแม่นยำจริงๆ และต้องอาศัยการเฝ้าสังเกต ความละเอียด รอบคอบ การเก็บสถิติ จึงกล้าที่จะพยากรณ์ผู้อื่นได้ ไม่ใช่ว่าดูบุคลิกให้นิดหน่อย หรือมีความรู้เพียงเล็กน้อย ก็ตั้งตนเที่ยวพยากรณ์ไปทั่ว ทำให้การพยากรณ์ไม่มีหลักการ ผู้ที่รู้จริงๆ เขาจะหัวเราะเยาะเอา ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว วิชาหัตถศาสตร์นี้ ไม่ใช่ของลึกลับแต่อย่างได เพียงแต่เราสนใจในการค้นคว้า ก็สามารถเรียนรู้ได้อย่างถูกต้อง สามารถใช้พยากรณ์ผู้อื่นได้อย่างแม่นยำพอสมควร
เส้นทางแห่งชีวิต ก็อาศัยการดูเส้น และเครื่องหมายต่างๆ ที่เกิดขึ้นที่เกิดขึ้นบนฝ่ามือของแต่ละบุคคล เพื่อเป็นแนวทางที่จะสามารถนำพาให้รอดพ้นจากอุปสรรค ปัญหานานาประการ และไปสู่เป้าหมายได้อย่างปลอดภัย
เราสามารถพยากรณ์ได้ทุกแง่ทุกมุม ว่าผู้ที่เป็นเจ้าของมือนั้น มีอุปนิสัยใจคอเป็นอย่างใด จะเป็นคนดีหรือเลวอย่างใด ควรทำมาหากินด้วยอาชึพใด จึงจะเหมาะสม ตลอดจนจะดูว่า มีโชคหรือเคราะห์อย่างใด หรือว่ามีการโยกย้ายในหน้าที่การงาน การเดินทางไกล การโยกย้าย การสอบ การแต่งงาน ความก้าวหน้าในอาชีพ คดีความแพ่ง หรือคดีอาญา ลักษณะเนื้อคู่ ว่าจะเจอะเจอเมื่อใด หรือมีการแต่งงานตอนอายุเท่าใด มีอุบัติเหตุหรือไม่ สุขภาพเป็นอย่างไร หรือมีโรคภัยอะไรในตัวท่าน นับวันวิชาหัตถศาสตร์จะนิยมกันอย่างแพร่หลายมากขึ้น จึงขอเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จในชีวิตของทุกๆ ท่าน
ข้าพเจ้าได้ศึกษาค้นคว้าจากตำรา ต่างๆ อาทิ ของไทย ฮินดู จีน รวมทั้งของผู้ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง ในด้านการพยากรณ์ เช่น ท่านไคโร เบ็นแฮม แซงเยอรแมง ปรมาจารย์แห่งหัตถศาสตร์พยากรณ์ มากว่า 30 ปี มีการทดลองทำนายอย่างต่อเนื่องตลอดมาเพื่อเป็นการพิสูจน์ด้วยตนเอง
ด้วยความขอบคุณลุงพร ผู้ล่วงลับไปนานแล้วแต่ข้าพเจ้ายังรำลึกถึงท่านอยู่เสมอ เนื่องจากเป็นอาจารย์ท่านแรกผู้จุดประกายในการศึกษาวิชาดูลายมือแก่ข้าพเจ้า ตั้งแต่ข้าพเจ้าอายุประมาณ 9 ขวบ  รวมทั้งประสบการณ์ ที่ได้ประสบมาด้วยตัวเอง อันจะเป็นประโยชน์แก่ผู้สนใจการดูลายมือนี้ไม่มากก็น้อย ทั้งนี้ความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นในด้านวิชาการนี้ หากมีท่านผู้รู้พบเห็นโปรดได้ให้คำแนะนำเพื่อปรับปรุงแก้ไขให้เป็นประโยชน์แก่อนุชนรุ่นต่อไป
 

วันจันทร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2554

คน 3 คน

ณ วัดบ้านไร่แห่งหนึ่ง
หลวงตาเพิ่งกลับจากการบิณฑบาต
เห็นลูกศิษย์วัดนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้น
จึงเข้าไปถามไถ่ว่าเป็นอะไรรึ
ลูกศิษย์ตอบกลับมาว่า   
ผมถูกใส่ร้าย ผมไม่ได้ขโมยเงินในหอพระ
แต่ผมเข้าไปปัดกวาดเช็ดถูบ่อย ๆ
ทุกคนก็หาว่าผมเป็นขโมย ไม่มีใครเชื่อผมเลย ฮือ ฮือ”
       หลวงตานั่งลงข้าง ๆ พยักหน้าเข้าใจแล้วสอนลูกศิษย์ว่าเจ้ารู้ไหม ในตัวเรามีคนอยู่สามคน
คนแรกคือ คนที่เราอยากจะเป็น
คนที่สองคือ คนที่คนอื่นคิดว่าเราเป็น
คนที่สามคือ ตัวเราที่เป็นเราจริง ๆ

     ลูกศิษย์หยุดร้องไห้ นิ่งฟังหลวงตา
คนเราล้วนมีความฝัน ความทะยานอยาก
ตามประสาปุถุชนทั่วไป ไม่ใช่สิ่งเลวร้าย
บางครั้งความฝันก็เป็นสิ่งสวยงาม เป็นพลังที่ทำให้เราก้าวเดิน
เช่น บางคนอยากเป็นนักร้อง เป็นนักมวย เป็นดารา
ถ้าถึงจุดหมายเราก็จะรู้สึกว่าโลกนี้ช่างสว่างไสวสวยงาม
ดังนั้นเราควรมีความฝันไว้ประดับตน เพื่อเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงหัวใจ”
      มาถึงไอ้ตัวที่สอง จะเป็นเราแบบที่คนอื่นยัดเยียดให้เป็น บางครั้งก็ยัดเยียดว่าเราดีเลิศ จนเราอาย
เพราะจิตสำนึกเรารู้ดีว่ามันไม่จริงหรอก แต่เราก็ยิ้มรับ
แต่บางครั้งไอ้ตัวที่สองนี้ก็มหาอัปลักษณ์
จนไม่อยากจะนึกถึง ซ้ำร้ายยังเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา
เพราะมันเป็นโลกในมือคนอื่น
มันเป็นสิ่งแปลกปลอมที่คนอื่นยื่นให้
อย่างคนขับสิบล้อจอดรถอยู่ข้างทางเฉย ๆ
เช้ามาพบศพใต้ท้องรถ ก็ต้องขับรถหนี
ทั้งที่ศพนั้น ถูกรถชนตายอีกฝั่งแล้วดันถลามาใต้ท้องรถ
แต่ขึ้นชื่อว่าเป็นคนขับสิบล้อ บางคนก็ตัดสินไปแล้วว่าเขาเป็นฆาตกร
สมัยที่หลวงตายังไม่ได้บวชเคยไปส่งเพื่อนผู้หญิงที่มีสามีแล้ว
เพราะเห็นว่าบ้านเป็นซอยเปลี่ยว ส่งได้สองครั้งก็เป็นเรื่อง
ชาวบ้านซุบซิบนินทา หาว่าเป็นชู้กับเมียชาวบ้าน
คนที่เห็นนั้นมองคนอื่นด้วยใจที่หยาบช้า ไร้วิจารณญาณ จิตใจคับแคบ
มองคนอื่นผ่านกระจกสีดำแห่งใจตัวเอง คนเหล่านี้มีอยู่ทั่วไปในสังคม

      เจ้าต้องจำไว้นะ ทุกครั้งที่เราว่าคนอื่นเลว คนอื่นไม่ดี
ก็เท่ากับเราประจานความมืดดำในใจตัวเองออกมา

เห็นสิ่งไม่ดีของใครจงเตือนตัวเองว่าอย่าทำ อย่าเลียนแบบ
นั่นแหละวิถีของนักปราชญ์
ถ้าเอาไปว่าร้ายนินทาเรียกว่าวิถีของคนพาล
หลวงตาครับ แล้วเราจะต้องทำตัวอย่างไรละครับ ในเมื่อเราต้องเจอคนเหล่านั้นอยู่เรื่อย ๆ”
ลูกศิษย์หยุดร้องไห้แล้วเริ่มสนทนาโต้ตอบหลวงตา
เจ้าต้องทำความเข้าใจจิตใจมนุษย์ เรียนรู้ว่าความเข้าใจผิดเกิดขึ้นได้
เราห้ามใจใครไม่ได้
สิ่งใดที่เราไม่ได้ทำ ไม่ได้คิด ไม่ได้เป็น

แต่คนอื่นคอยยัดเยียดให้เรา
เราก็ไม่ควรให้ความสำคัญ

เพราะเราสัมผัสได้ว่าสิ่งนั้นไม่มีอยู่จริง ใจเราควรสงบนิ่ง
ยังไม่ต้องชำระ ใจคนอื่นต่างหากที่ควรซักฟอกให้ขาวสะอาดกว่าที่เป็นอยู่
เขาเหล่านั้นช่างเป็นบุคคลที่น่าสงสาร..ยิ่งนัก มีเวลามองคนอื่น
 แต่..ไม่มีเวลามองตัวเอง จงแผ่เมตตาให้เขาไป เข้าใจใช่ไหม
“เข้าใจครับหลวงตา
เด็กน้อยยิ้มอย่างมีความสุขอีกครั้ง
ขอบคุณ..happyhappiness